กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พลิกโฉมวงการธุรกิจสุขภาพไทยครั้งใหญ่ ผนึกกำลังพันธมิตรระดับโลก เปิดหลักสูตร “Wellness and Healthcare Business Opportunity Program for Executives” (WHB) รุ่นที่ 6 ภายใต้แนวคิด Wellness & Longevity Ventures ระดมพล 100 ผู้บริหารระดับสูงจากหลากหลายอุตสาหกรรมร่วมสร้าง Ecosystem ธุรกิจสุขภาพครบวงจร ตั้งเป้าดันไทยสู่การเป็น “ผู้นำเศรษฐกิจสุขภาพและชะลอวัยระดับโลก” รองรับเทรนด์สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super-Aged Society) ที่กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์การค้าโลก
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังพิธีเปิดอบรมหลักสูตร Wellness and Healthcare Business Opportunity Program for Executives (WHB) รุ่นที่ 6 ณ โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ (30 มกราคม 2569) ว่า ท่ามกลางความไม่แน่นอนและผันผวนของเศรษฐกิจโลกธุรกิจสุขภาพและความงาม (Wellness & Healthcare) ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็น “ธุรกิจดาวรุ่ง” ที่แข็งแกร่งที่สุด จากข้อมูล ณ 31 ธันวาคม 2568 พบว่า ประเทศไทยมีนิติบุคคล ในธุรกิจนี้กว่า 30,367 ราย เงินลงทุนหมุนเวียนเกือบ 4 แสนล้านบาท และสร้างรายได้รวมทะลุ 1.233 ล้านล้านบาท เติบโตถึง 7.9% จากปี 2567 สะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจนี้คือ New S-Curve หรือกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญในอนาคต
อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า “หลักสูตร WHB รุ่นที่ 6 ภายใต้แนวคิด ‘Wellness & Longevity Ventures’ จัดขึ้นระหว่างเดือน ม.ค.-มิ.ย.69 (6 เดือน) ซึ่งกิจกรรมในหลักสูตรจะไม่ใช่แค่การฝึกอบรมและดูงานเท่านั้น แต่จะสร้าง Ecosystem แห่งผู้นำที่เปลี่ยนประเทศไทยจากผู้ให้บริการ (Service Provider) สู่ผู้นำธุรกิจสุขภาพและชะลอวัยระดับโลก (Global Wellness Leader) โดยหลักสูตร WHB รุ่นที่ 6 ได้ผนึกกำลังระดับ Strategic Partners ของ 6 องค์กรชั้นนำ ได้แก่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด มหาวิทยาลัยโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น บริษัท ไทยพัฒนาสุขภาพ จำกัด และ StayGold by Bitkub มุ่งเน้นการเชื่อมโยง 3 แกนหลัก คือ ภูมิปัญญาไทย นวัตกรรมดิจิทัล และโลกการเงินการลงทุน เพื่อเจาะลึก 12 เทรนด์ธุรกิจแห่งอนาคต
สำหรับไฮไลท์สำคัญในปีนี้เป็นการรวมตัวธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจนี้จำนวน “100 นักธุรกิจ” ประกอบไปด้วยผู้บริหารระดับสูงจากหลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งไม่ได้จำกัดแค่เพียงแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ แต่ยังครอบคลุมถึงกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ (Wellness Real Estate) กลุ่มเทคโนโลยี (Digital Health) กลุ่มอาหารและท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กลุ่มโรงพยาบาล และคลินิคเฉพาะทาง รวมถึงกลุ่มการเงินและการลงทุน ซึ่งจะเป็นการสร้างเครือข่ายในกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจ Wellness ได้แบบครอบคลุมทั้งระบบนิเวศของธุรกิจนี้ พลังเครือข่ายของ WHB จะเป็นเครื่องยนต์หลักที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจไทย และผลักดันให้แบรนด์ ‘Wellness Thai’ เป็นชื่อที่ทั่วโลกเชื่อมั่นและไว้วางใจที่สุด การเปิดรับธุรกิจเข้าร่วมพัฒนาที่หลากหลายกลุ่มธุรกิจเช่นนี้จะก่อให้เกิดโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ที่ไร้ขีดจำกัด และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะพาธุรกิจ Wellness ไทย ฝ่าคลื่นลมเศรษฐกิจไปสู่การเป็น Global Wellness & Longevity Hub อย่างแท้จริง
“กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเชื่อมั่นว่าพลังของเครือข่าย WHB จะเป็นเครื่องยนต์หลักที่ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจไทยอย่างมหาศาล เราพร้อมสนับสนุนและเดินหน้าไปพร้อมกับภาคธุรกิจ เพื่อให้ คำว่า “Wellness Thai” เป็นแบรนด์ที่โลกเชื่อมั่นและไว้วางใจที่สุด” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย
#SuperDBD #กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #กระทรวงพาณิชย์
