กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) ร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดสัมมนาเชิงวิชาการหัวข้อ “RVC – Transshipment : การเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ตามหลักเกณฑ์ใหม่ของสหรัฐฯ” ต่อเนื่องเป็นรอบที่ 4 ภายหลังจากได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากการจัดสัมมนาในรอบที่ผ่านมา โดยในรอบนี้มุ่งเน้นการให้ความรู้เชิงลึกเฉพาะ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมสำคัญที่มีมูลค่าการส่งออกสูงไปยังตลาดสหรัฐอเมริกา เพื่อให้การยื่นขอออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดในการส่งออกไปสหรัฐฯ เป็นไปอย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า การจัดสัมมนาต่อเนื่องในรอบที่ 4 เป็น ส่วนสำคัญของการขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงพาณิชย์ที่มุ่งเน้นการรับมือมาตรการภาษีของสหรัฐฯ และ ลดความเสี่ยงจากการสวมสิทธิถิ่นกำเนิดสินค้า (Transshipment) โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าการส่งออกสูงอย่างอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นและรักษาความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในตลาดโลก โดยกำหนดจัดขึ้น ในวันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม 2569 ณ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

สำหรับสาระสำคัญในการจัดสัมมนาครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมจะได้รับความรู้ครอบคลุมหลายด้าน ได้แก่ ความคืบหน้าการเจรจาภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ถิ่นกำเนิดสินค้า (Rules of Origin: ROO) ความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับการคำนวณ RVC สำหรับสินค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ แนวทางปฏิบัติและการขอรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าตามหลักเกณฑ์ใหม่ของสหรัฐฯ รวมทั้ง กรณีศึกษา (Case Study) ที่เกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้กฎถิ่นกำเนิดสินค้าและประเด็นความเสี่ยงด้าน Transshipment เพื่อให้ผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์สามารถดำเนินการส่งออกเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎถิ่นกำเนิด

นางอารดาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า การสัมมนารอบที่ 4 เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานของ คต. ในการเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการไทยต่อมาตรการทางการค้าของประเทศคู่ค้า ช่วยให้ผู้ส่งออกเข้าใจขั้นตอนการขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าตามหลักเกณฑ์ใหม่ของสหรัฐฯ และการลดความเสี่ยงจากการสวมสิทธิถิ่นกำเนิดสินค้า (Transshipment) โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งถูกจับตามองด้านการตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์มาตรการการค้าในปัจจุบัน ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กองบริหารการนำเข้าและรับรองถิ่นกำเนิด โทร. 02 547 5085 เว็บไซต์ www.dft.go.th สายด่วน 1385 และ Facebook : กองบริหารการนำเข้าและรับรองถิ่นกำเนิด