นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน แถลงข่าว “ทิศทางการดำเนินงาน ของกรมการค้าภายใน ปี 2569″ ในการกำกับดูแลราคาสินค้าข้าว ซึ่งได้รับคำสั่งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เนื่องจากข้าวเป็นสินค้าเกษตรส่งออกอันดับสองมีมูลค่า 80,000 ล้านบาท
ตัวเลขผลผลิตข้าวไทย (ผลผลิต+stock) ณ เดือนพฤศจิกายน 2568 มีจำนวน 23.04 ล้านตัน มีความต้องการใช้ (การบริโภค+การค้า) 23.50 ล้านตัน ขณะที่ผลผลิตข้าวทั้งโลก (ผลผลิต+stock) ณ เดือนธันวาคม 2568 มีจำนวน 730.74 ล้านตัน มีความต้องการใช้ (การบริโภค+การค้า) 604.67 ล้านตัน
นายวิทยากร กล่าวอีกว่ากรมการค้าภายใน กำลังเร่งแก้ปัญหา Over Supply โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ริเริ่มทำข้าวกล่อง ในตู้จำหน่ายอาหารอัตโนมัติ หรือ ตู้กดข้าว เพื่อดูดซับในช่วงผลผลิตออกจำนวนมาก โดยกำหนดราคาเป้าหมายกล่องละ 35 บาท ซึ่งเหตุผลที่เลือกทำรูปแบบตู้จำหน่ายอาหารอัตโนมัติ เนื่องจากร้านสะดวกซื้อผู้ประกอบการมีค่า GP สูง ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์กระทรวงพาณิชย์ที่ต้องการลดค่าครองชีพประชาชน
ส่วนผู้ประการตู้จำหน่ายอาหารอัตโนมัติ เป็นการลงทุนบริษัทเอกชน เช่น ตู้กดข้าว ตู้ผลไม้ ตู้น้ำดื่มอัตโนมัติ คาดว่าจะได้คำตอบจากผู้ประกอบการว่า “ทำได้ หรือ ทำไม่ได้” ในเดือนกุมพาพันธ์นี้
การแก้ไขปัญหาข้าวปีนี้มีความท้าทายจากลผลิตนาปรังจะกระจุกตัวในช่วง มี.ค.-เม.ย.จำนวน 3.80 ล้านตันข้าวสาร และนาปีช่วงพ.ย.-ธ.ค. จำนวน 12.30ล้านต้นข้าวสาร รวมทั้งยังมีปัจจัยค่าเงินบาทแข็งที่เข้ามากระทบความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออก โดยค่าเงินบาทขณะนี้ แข็งค่ามากกว่าคู่แข่งเกือบ20%
โดยแบ่งมาตการตามประเภทคือ1.ข้าวหอมมะลิ ปริมาณ 6.80 ล้านตันข้าวสาร ปัจจุบันราคายังดีอยู่ที่ตันละ16,500 บาท จะใช้มาตรการชะลอการขาย เบื้องต้นจะส่งเสริมเครื่องมือในการสีและแปรรูปเป็นข้าวสารผ่านการรวมกลุ่มวิสาหกิจ เพื่อเก็บสต็อกไว้ขายในช่วงที่ราคาดีเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร ,การวิจัยและพัฒนาพันธุ์ให้มีความหอมและมีปริมาณเมล็ดพันธุ์ที่เพียงพอ ,เพิ่มช่องทางการตลาดเมนูข้าวผ่านร้านThai Select รวมถึงเข้าร่วมงานแสดงสินค้าและจัดคณะผู้แทนการค้าไปขยายตลาด ในแคนนาดา อเมริกา ฮ่องกง และจีน
2.ข้าวขาว ข้าวหอมปทุมและข้าวเหนียว ปริมาณ 21.04 ล้านตันข้าวสาร จะใช้มาตรการชะลอการขายส่งเสริมเครื่องมือในการสีและแปรรูปเป็นข้าวสารผ่านการรวมกลุ่มวิสาหกิจ เร่งลดต้นทุน การวิจัยและพัฒนาพันธุ์ให้มีความหอมและมีปริมาณเมล็ดพันธุ์ที่เพียงพอ แก้ไขกฎระเบียบนำ เข้าเมล็ดพันธุ์ให้เอกชนมีส่วนช่วยพัฒนาให้เร็วขึ้นโดยประสานกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร กระจายข้าวถุง ไปยังหน่วยราชการ ปั้มน้ำ มัน งานธงฟ้า ส่งเสริมการแปรรูปผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง อาทิ snack เครื่องสำ อาง เครื่องดื่มสุขภาพ ปรับเปลี่ยนพื้นที่เพื่อปลูกพืชอื่นตามความเหมาะสม เป้า 1 ล้านไร่
“ระยะสั้นจะร่วมมือกับผู้ประกอบการจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ทำ เมนูข้าวกล่องราคาประหยัดขายผ่านตู้กดอัตโนมัติ เพื่อช่วยดึงซัพพลายข้าวออกจากตลาด รวมทั้งช่วยเหลือค่าครองชีพแก่ประชาชนด้วย รวมทั้งอยู่ระหว่างการหารือกับร้านสะดวกซื้อชั้นนำ เพื่อให้ช่วยจำหน่ายเมนูข้าวกล่องด้วย แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปเนื่องจากอยู่ระหว่างเจรจาขอปรับลดค่า GP (Gross Profit) หรือ ค่าส่วนแบ่งการขาย เพื่อให้ราคาจำหน่ายไม่เกินกล่องละ35 บาท หากไม่สำเร็จอาจจะยกเลิกการจำหน่ายผ่านร้านสะดวกซื้อ “
3.ข้าวประณีต หรือข้าวคุณภาพสูง จะนำร่องนำผู้ประกอบการกลุ่มวิสาหกิจ 200 แห่ง ซึ่งมีข้าวรวม 300 สายพันธุ์มาส่งเสริม โดยแบ่งมาตรการออกเป็น2 กลุ่ม คือTire1 กลุ่มที่มีความพร้อม จะใช้มาตรการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ทั้งในและต่างประเทศ ผ่านMasterChefสายการบิน ,เชื่อมโยงตลาดเป้าหมาย โรงแรม ร้านอาหาร เชฟ,จัด Business Matching ในช่วงระหว่างงานแสดงสินค้า/กิจกรรมต่างๆ
และกลุ่มTier 2-3กลุ่มที่ยังไม่พร้อม จะสนับสนุนอุปกรณ์การผลิต/แปรรูป/บรรจุภัณฑ์อบรมให้ความรู้ผลักดันเกษตรกรรายย่อยส่งออกข้าวคุณภาพสูงผลักดันข้าวคาร์บอนต่ำ
นอกจากนี้ ยังเตรียมจัดกิจกรรรมขยายตลาดในต่างประเทศ อาทิ เข้าร่วมงานแสดงสินค้าGulfood f ดูไบ , Natural Products Expo West สหรัฐอเมริกา จัดคณะผู้แทนการค้าไปเยือนตลาดยุโรป
