ครบ 1 สัปดาห์ สำหรับโครงการ ‘ไทยช่วยไทย“ ที่ผู้ประกอบการ นำสินค้า กลุ่ม House Brand มาลดราคา 25-58% ได้รับการตอบรับจากประชาชนเพิ้มขึ้นต่อเนื่อง โดยกระทรวงพาณิชย์ ขอความร่วมมือห้าง จัดมุมเฉพาะจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทยเพื่อให้ประชาชน จับจ่ายได้ง่ายขึ้น
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ลงพื้นที่ Tops เซ็นทรัลรามอินทรา สำรวจสถานการณ์การจับจ่ายใช้สอย และติดตามการขอความร่วมจากห้างที่เข้าร่วมโครงการ หลังจาก นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ลงพื้นที่ห้างโลตัส บางกะปิ ซึ่ง เห็นว่า แต่ละห้างฯยควรจัดโซนเฉพาะสินค้าไทยช่วยไทย เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่เข้ามาซื้อสินค้าได้รับความสะดวกสามารถซื้อสินค้าราคาประหยัดได้ ณ จุดเดียว และเติมสินค้าให้เต็มชั้นวางสินค้าตลอด เพื่อให้ประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าได้อย่างเต็มที่ รวมทั้ง สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์การจับจ่าย เพื่อนำข้อมูลที่ได้รับมาปรับปรุง/พัฒนาสินค้าไทยช่วยไทย เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของพี่น้องประชาชนได้อย่างตรงจุด
โดยจากการพูดคุยกับ ผู้บริหาร Tops พบว่า ยอดขายสินค้า House Brand ภายใต้โครงการที่สูงขึ้น สะท้อนว่าโครงการช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนได้จริง จากส่วนลดที่เฉลี่ย 20% ขึ้นไป และขณะนี้ ได้จัดโซนจำหน่ายสินค้า “ไทยช่วยไทย” มีป้ายสัญลักษณ์แสดงให้เห็นชัดเจน และนำสินค้าอุปโภคบริโภคหลักๆ ทั้ง ข้าวสาร น้ำมันพืช และน้ำดื่ม ที่ลดราคาพิเศษ มาให้ผู้บริโภค ได้เลือกซื้อง่ายขึ้น จึงอยากให้ประชาชน เปิดใจให้สินค้าแบรนด์รอง ซึ่งมีคุณภาพมาตรฐานเดียวกับแบรนด์หลัก
ด้าน นายจักรกฤษณ์ จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด, ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ย้ำว่า เริ่มเห็นเทรนยอดขายสินค้า House Brand เติบโตขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มข้าวสาร น้ำดื่ม และน้ำมันพืช ซึ่ง Tops นำสินค้าร่วมลดราคา ภายใต้โครงการกว่า 600 รายการ ซึ่งนอกจาก จะซุ้มไทยช่วยไทย ให้เห็นอย่างชัดเจนแล้ว ยังได้เติมสินค้าตลอดเวลาเพื่อไม่ให้ชั้นวางสินค้าว่าง ส่งผลให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าได้อย่างเต็มที่
นอกจากนี้ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยังบอกว่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ได้สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ดำเนินการต่อเนื่องกับสินค้าไทยช่วยไทย โดยเตรียมต่อยอดนำสินค้าชุมชนจากทุกจังหวัดมาพัฒนา เพื่อเพิ่มยอดขายให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น และ SMEs ทั่วประเทศ โดยขณะนี้ อยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียด ก่อนจะนำเสนอที่ประชุม ครม. ในของบประมาณ มาดำเนินการให้เห็นเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนโดยเร็ว นอกจากจะช่วยลดภาระ ลดค่าครองชีพให้พี่น้องประชาชนแล้ว ยังช่วยเพิ่มยอดขายและเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการ SMEs ทั่วประเทศด้วย









