กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ลงพื้นที่จ.สมุทรสาคร แก้ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ หารือธุรกิจแปรรูปมะพร้าวน้ำหอมรายใหญ่ระดับโลก หวังใช้โมเดลธุรกิจพรีเมียมช่วยแก้ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมผันผวน พร้อมจำลองโมเดลโรงงานมาตรฐานสากลสู่ผู้ประกอบการมะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่ เชื่อ!! ราคามะพร้าวน้ำหอมจะดีขึ้นตามลำดับ พร้อมแนะผู้ประกอบการและเกษตรกร หันมาผลิตมะพร้าวน้ำหอมคุณภาพและแปรรูปผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์พาณิชย์ เปิดเผยว่า “จากสถานการณ์ราคามะพร้าวน้ำหอมที่มีความผันผวนในปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรเป็นอย่างมาก กระทรวงพาณิชย์ จึงเร่งดำเนินมาตรการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการมะพร้าวน้ำหอมโดยเฉพาะรายย่อยตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ส่วนการเข้าหารือกับผู้ประกอบการมะพร้าวน้ำหอมรายใหญ่ของประเทศ เพื่อทราบถึงสถานการณ์มะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่อย่างชัดเจน โดยจะจำลองโมเดลการผลิตมะพร้าวน้ำหอมเพื่อการส่งออกมาตรฐานระดับสากลมาปรับใช้เป็นต้นแบบแก่ผู้ประกอบการมะพร้าวน้ำหอมและผู้ประกอบการผลไม้รายอื่นๆ อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า การลงพื้นที่จ.สมุทรสาครเมื่อวัน
ยูนิโคล่ ประเทศไทย เผยเป้าหมายและแผนการด้านความยั่งยืนในปี 2569
เดินหน้าสานต่อโครงการริเริ่มด้านความยั่งยืนในไทย ทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม และชุมชน ยูนิโคล่ แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลก ประกาศเป้าหมายและแผนการด้านความยั่งยืนของยูนิโคล่ ประเทศไทย ในปี 2569 ตอกย้ำพันธกิจด้านความยั่งยืนเพื่อสังคมไทย และคนไทย ผ่านปรัชญาของแบรนด์ “ปลดล็อกพลังแห่งเสื้อผ้า” (Unlocking the Power of Clothing) ซึ่งมุ่งหวังที่จะเปลี่ยนเครื่องแต่งกายคุณภาพสูงให้กลายเป็น “พลังแห่งความดี” (Force for Good) โดยให้ความสำคัญกับผู้คน (people) โลก (planet) และชุมชน (community) พร้อมสานต่อกิจกรรมด้านความยั่งยืนระดับโลกในไทย และโครงการริเริ่มของยูนิโคล่ ประเทศไทย เพื่อสนับสนุนสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง และเพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 15 ปีของยูนิโคล่ ประเทศไทย มร. โยชิทาเกะ วาคากุวะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูนิโคล่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ตลอด 15 ปี ที่ยูนิโคล่เริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เราไม่ได้เพียงขยายร้านสาขาเพื่อให้คนไทยเข้าถึงไอเทมไลฟ์แวร์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ยูนิโคล่ได้ขับเคลื่อนกิจกรรมด้านความยั่งยืนควบคู่กันไปด้วย เพื่อมอบคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนไทย และสร้างสังคมที่น่าอยู่ในประ
“สหพัฒนพิบูล” ติดอันดับ 26 “Top 50 Companies in Thailand 2026” ตอกย้ำองค์กรครองใจคนรุ่นใหม่ ด้วยวัฒนธรรม Growth Mindset
บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) หรือSPC ผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำของประเทศไทย สร้างความภาคภูมิใจอีกครั้ง หลังได้รับการจัดอันดับ “Top 50 Companies in Thailand 2026” จากเวิร์คเวนเจอร์ (WorkVenture) โดยปีนี้ “สหพัฒนพิบูล” ขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 26 ตอกย้ำภาพลักษณ์องค์กรที่สามารถครองใจคนทำงานรุ่นใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง 4 ปีซ้อน การจัดอันดับดังกล่าวมาจากผลสำรวจจัดทำโดยเวิร์คเวนเจอร์ (WorkVenture) ซึ่งเป็นความคิดเห็นจากผู้ตอบแบบสอบถามของคนทำงานรุ่นใหม่กว่า 12,167 คน อายุระหว่าง 22–35 ปี ซึ่งเป็นการสะท้อนมุมมองจาก “คนทำงานตัวจริง” ต่อบริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด โดย สหพัฒนพิบูล เป็นหนึ่งในองค์กรกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่ยังคงได้รับการยอมรับอย่างแข็งแรง ท่ามกลางการแข่งขันด้านการดึงดูดบุคลากรคุณภาพที่เข้มข้นขึ้นทุกปี ความสำเร็จในครั้งนี้ สะท้อนทิศทางการพัฒนาองค์กรของ สหพัฒนพิบูล ที่ให้ความสำคัญกับการเติบโตควบคู่กันทั้งธุรกิจและบุคลากร โดยมุ่งสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่เปิดกว้างต่อการเรียนรู้ ส่งเสริมการคิดเชิงบวกและการปรับตัว พร้อมเปิดโอกาสให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในการขับ
ธนาคารกรุงเทพ โชว์ผลสำเร็จ Zero Waste to Landfill @ BBL Rama 3 ลดขยะฝังกลบ 81% พร้อมเดินหน้าขยายภารกิจ Zero Waste to Landfill Next ก้าวต่อไปสู่สังคมไร้ขยะฝังกลบ
ธนาคารกรุงเทพ ประกาศผลภารกิจพิชิตเป้าหมาย Zero Waste to Landfill @ BBL Rama 3 ลดขยะฝังกลบได้ 81% พร้อมเดินหน้าต่อในภารกิจ Zero Waste to Landfill Next ก้าวต่อไปสู่สังคมไร้ขยะฝังกลบ ขยายโมเดลจัดการขยะสู่หน่วยงานธนาคารที่ได้รับคัดเลือกทั่วประเทศ สะท้อนความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบ และร่วมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภารกิจพิชิตเป้าหมายZero Waste to Landfill @ BBL Rama 3 ภายใต้โครงการBualuang Save the Earth: 3R+ (Reduce Reuse Recycle Plus) ที่เกิดขึ้นในช่วงกลางปี 2567 ที่ผ่านมาสามารถลดปริมาณขยะทั่วไปที่ต้องนำไปฝังกลบได้กว่า58.5 ตัน เมื่อเทียบกับปี 2566 คิดเป็นปริมาณที่ลดลงถึง81% ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 204.75 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี และจากความร่วมมือร่วมใจของพนักงานทุกคนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ทำให้ปัจจุบันอาคารพระราม 3 มีขยะที่ถูกนำส่งเข้ากระบวนการรีไซเคิลเพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้กว่า 22.86 ตัน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1
เปิดแนวทางแก้ปัญหาโรคกุ้งอย่างยั่งยืน
โรคกุ้งนับเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเลี้ยงอย่างมาก ในปีที่ผ่านมาเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งยังต้องเผชิญกับโรคจากไวรัสอย่าง โรคหัวเหลือง (YHV) และโรคตัวแดงดวงขาว (WSSV) โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศที่เย็น อุณหภูมิน้ำลดต่ำลง ทำให้เชื้อไวรัสเหล่านี้แพร่กระจายเร็ว รุนแรงถึงขึ้นทำให้ “กุ้งตายยกบ่อ” ได้ นั่นจึงเป็นเหตุผลทำให้เกษตรบางส่วนจับก่อนกำหนดและได้กุ้งที่มีขนาดเล็กราคาไม่ดีเท่าที่ควร โรคกุ้งมีระดับความรุนแรงมากขึ้นเมื่ออากาศเย็นลง จะทำให้กุ้งจะเครียด เคลื่อนไหวช้า กินอาหารน้อยลง และที่สำคัญในช่วงหน้าหนาว มักเกิดปรากฏการณ์ “น้ำแยกชั้น” ระหว่างน้ำเย็นที่อยู่ด้านล่างและน้ำอุ่นที่อยู่ด้านบน ส่งผลกระทบต่อการหมุนเวียนของน้ำ ทำให้ออกซิเจนจากชั้นบนไม่สามารถผสมลงไปยังชั้นล่างได้อย่างทั่วถึง ส่งผลให้ปริมาณ ออกซิเจนในชั้นล่างมีค่าต่ำ ผลจากการที่กุ้งกินอาหารน้อย หากเกษตรกรยังให้อาหารในปริมาณปกติ จะส่งผลให้เกิดอาหารเหลือ กลายเป็นของเสียสะสมในรูปของสารอินทรีย์ และจะเปลี่ยนเป็น แอมโมเนีย และไนไตรท์ ซึ่งเป็นพิษกับกุ้ง ทำให้กุ้งที่อยู่บริเวณกันบ่อได้รับออกซิเจน ไม่เพียงพอ จะให้กุ้งอ่อนแอ และเป็นแหล่งอาหารของแบคทีเรีย
กรมทรัพย์สินทางปัญญายกระดับผลไม้ท้องถิ่น ขึ้นทะเบียน GI “มะยงชิดแม่ย่าสุโขทัย” ผลไม้เอกลักษณ์จากลุ่มน้ำยม
กรมทรัพย์สินทางปัญญาประกาศขึ้นทะเบียน “มะยงชิดแม่ย่าสุโขทัย” เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication: GI) รายการล่าสุดของประเทศไทย ด้วยมูลค่าขึ้นทะเบียนกว่า 2.6 ล้านบาท ผลักดันให้มูลค่ารวมการขึ้นทะเบียนสินค้า GI ไทยจำนวน 244 รายการ มูลค่ากว่า 114,000 ล้านบาท นับเป็นการต่อยอดคุณค่าของผลไม้พื้นถิ่นคุณภาพสูงที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสุโขทัย และเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างความแตกต่างให้สินค้าเกษตรไทยในตลาด ทั้งการสร้างมูลค่าเพิ่ม การคุ้มครองชื่อเสียงสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพิ่มศักยภาพและยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกรในพื้นที่ สนองต่อนโยบาย Quick Big Win ของกระทรวงพาณิชย์ นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า มะยงชิดแม่ย่าสุโขทัยเป็นผลไม้ที่มีชื่อเสียงและมีประวัติยาวนาน โดยได้รับการยอมรับในฐานะผลไม้คุณภาพสูง มีจุดเด่นคือผลขนาดใหญ่ สีเหลืองอมชมพูแดง เปลือกหนาและกรอบ เนื้อแน่น ไม่มีเสี้ยน ไม่มียาง และมีเม็ดเล็ก ให้รสหวานอมเปรี้ยวตามแบบฉบับของมะยงชิด ลักษณะเด่นเหล่านี้เกิดจากปัจจัยเฉพาะของพื้นที่สุโขทัย ทั้งสภาพภูมิประเทศ ที่เป็นที่ราบลุ่ม ดินอุดมสมบูรณ์เนื
ซีพี แอ็กซ์ตร้า จับมือ เวสท์บาย เดลิเวอรี่ เปิดตลาดรีไซเคิล ส่งเสริมการแยกขยะอย่างยั่งยืน พร้อมติดตั้งเครื่อง RVM ภายใต้แนวคิด ‘AXTRA Green Together’
ซีพี แอ็กซ์ตร้า จับมือ เวสท์บาย เดลิเวอรี่ เปิดตลาดรีไซเคิล ส่งเสริมการแยกขยะอย่างยั่งยืน พร้อมติดตั้งเครื่อง RVM ภายใต้แนวคิด ‘AXTRA Green Together’ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก ‘แม็คโคร-โลตัส’ เดินหน้าสร้างความยั่งยืน ผ่านแคมเปญ “AXTRA Green Together” ภายใต้แนวคิด ‘พลังเล็ก ๆ เพื่อโลกที่ยั่งยืน ผ่านการคัดแยกขยะ โดยล่าสุด ร่วมกับ บริษัท เวสท์บาย เดลิเวอรี่ จำกัด เปิดตัวกิจกรรม “Weekend Recycle Market ตลาดนัดรีไซเคิล ‘รักษ์โลก สร้างรายได้’” เพื่อส่งเสริมการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ จนถึงสิ้นปี 2568 ที่แม็คโครและโลตัส 10 สาขาในกรุงเทพฯ พร้อมกันนี้ ยังได้จัดทำโครงการ “RVM by CP AXTRA x Wastebuy” เพื่อติดตั้งเครื่องรับคืนบรรจุภัณฑ์อัตโนมัติ (Reverse Vending Machine – RVM) ในการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถนำขวดพลาสติก มาส่งคืนได้ตลอดเวลา พร้อมรับคะแนนสะสมผ่านระบบดิจิทัล โดยขวดที่เก็บรวบรวมจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลต่อเนื่อง เพื่อสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนและทรัพยากรที่ยั่งยืน โดยมี นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ผู้บริหารด้านความยั่งยืนของกรุ
กรมทรัพย์สินทางปัญญา น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวงรัชกาลที่ 9 “กษัตริย์นักสร้างสรรค์ทรัพย์สินทางปัญญา” เนื่องในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม 2568
เนื่องในโอกาสวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม 2568 กรมทรัพย์สินทางปัญญาขอร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ในหลวงรัชกาลที่ 9) ผู้ทรงเป็นพระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย และทรงมีพระอัจฉริยภาพด้านการสร้างสรรค์ผลงานทรัพย์สินทางปัญญาหลากหลายด้าน ทั้งสิทธิบัตรการประดิษฐ์ อนุสิทธิบัตร สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ลิขสิทธิ์ และเครื่องหมายการค้า รวมมากกว่า 90 ผลงาน นับเป็นต้นแบบของนักสร้างสรรค์ไทยรุ่นใหม่ ในการคิดค้นสร้างสรรค์ทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อขับเคลื่อนประเทศในมิติต่างๆ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทยให้ดียิ่งขึ้น นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กว่า 70 ปีที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงครองสิริราชสมบัติ พระองค์ได้ทรงงานและบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาด้านสังคม เศรษฐกิจ และการเกษตรของประเทศ อีกทั้งยังทรงให้ความสำคัญของเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาเป็นอย่างยิ่ง ดังพระราชดำรัสที่พระราชทานแก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และคณะ ในโอกาสเข้าเฝ้าฯ ทูลเ
เกาะกระแสชาโลก ดันสินค้าชาไทยโกอินเตอร์
สนค. เผยสถานการณ์ตลาดชาโลกและไทย ชี้โอกาสทองสำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการไทยในการยกระดับศักยภาพการผลิตและการส่งออก รับมือกระแสความต้องการชาทั่วโลกที่พุ่งสูงขึ้น คาดว่า ตลาดค้าปลีกชาโลกจะขยายตัว 6.1% ต่อปี โดยในปี 2572 จะมีมูลค่าการค้าปลีกชาอยู่ที่ 69,220.10 ล้านเหรียญสหรัฐ นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ. สนค.) โฆษก กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยการติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์การค้าสินค้าตลาดชาโลกและไทย พบว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การบริโภคชาได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 เกิดปรากฏการณ์กระแสนิยมบริโภคชาเขียวและมัตจะ จากสื่อโซเชียลมีเดีย ทำให้มัตจะแท้คุณภาพสูงหาซื้อได้ยากและมีราคาสูงขึ้นอย่างมาก จากข้อมูลของ International Tea Committee ชี้ว่าสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ทำให้ผลผลิตชาลดลง ในขณะที่ความต้องการสินค้าชาทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น อย่างรวดเร็ว อีกทั้งผู้บริโภคบางกลุ่มมีค่านิยมว่ามัตจะเป็นเสมือน “กาเฟอีนสะอาด (Clean Caffeine)” สามารถดื่มทดแทนกาแฟ สอดคล้องกับเทรนด์รักสุขภาพ สำหรับการผลิตมัตจะจะต้องอาศัยสายพันธุ์พืชเป็นหลัก และยั
“อาหารแห่งอนาคต” (Future Food) คือ “ผำ” หรือไข่น้ำ
ภาคเกษตรกรรม ซึ่งต้องพึ่งพาสภาพอากาศและธรรมชาติในการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์อย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความท้าทาย การมองหาพืชทางเลือกที่สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี ใช้น้ำน้อย เติบโตเร็ว และมีศักยภาพทางเศรษฐกิจ จึงเป็นทางออกที่สำคัญ หนึ่งในพืชที่กำลังได้รับความสนใจในฐานะ “อาหารแห่งอนาคต” (Future Food) คือ “ผำ” หรือไข่น้ำ เป็นพืชน้ำจืดที่เพาะเลี้ยงง่าย ช่วยสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและชุมชนสามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลายชนิด เช่น ไข่ผำแห้ง อาหารเสริม หรืออาหารสุขภาพ สามารถเลี้ยงในบ่อธรรมชาติหรือบ่อควบคุมได้ ช่วยรักษาสภาพน้ำและระบบนิเวศ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตร ภายใต้นโยบาย“เกษตรมูลค่าสูง”และแนวทาง “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” เพื่อให้เกิดการทำน้อยได้มาก การส่งเสริมการเลี้ยง “ผำ” เป็นการ บูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานของกรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมประมง สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ซึ่งเน้นการผลิตตามความต้องการตลาด ปรับปรุงเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเพาะเลี้ยง พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่ม
C&G สนับสนุนกิจกรรมวิ่งเพื่อสุขภาพ “วิ่งล้อมเมือง Healthy City สุขภาพดี เริ่มต้นได้ เขตหนองแขม” ให้กับสำนักงานเขตหนองแขม
บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ดำเนินกิจการโรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้าเพื่อสิ่งแวดล้อม หนองแขม สนับบสนุนเงิน จำนวน 5,000 บาท ให้กับสำนักงานเขตหนองแขม เพื่อสนับสนุนโครงการ วิ่งล้อมเมือง Healthy City “สุขภาพดี เริ่มต้นได้ เขตหนองแขม” ซึ่งจัดขึ้น ณ สวนพุทธมณฑล ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม เมื่อเร็วๆนี้ โดยมี นายกฤษณะ พฤกษะวัน ที่ปรึกษาอาวุโสด้านมวลชนสัมพันธ์ เป็นผู้มอบ และนางมณีวรรณ ศรีสวัสดิ์ ผู้อำนวยการเขตหนองแขม เป็นผู้รับมอบ โครงการ วิ่งล้อมเมืองฯ จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหรือที่เรียกว่าโรค NCDs และเป็นการสร้างเสริมสุขภาพให้ประชาชนออกกำลังกาย ป้องกันการเกิดโรคจากพฤติกรรม ทั้งนี้ บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ได้ตระหนักและให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพของประชาชนทุกเพศ ทุกช่วงวัยให้สมบูรณ์ แข็งแรง ตลอดจนการมีสุขภาวะที่ดี ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ เพราะ”สุขภาพที่ดี” ไม่ใช่แค่การไม่มีโรค แต่คือการมีชีวิตที่สมบูรณ์ในทุกมิติอย่างยั่งยืน
นิวสกายฯ มอบของละศีลอดในเดือนรอมฎอน ประจำปี พ.ศ. 2568
บริษัท นิวสกาย เอ็นเนอร์จี (แบงค็อก) จำกัด ผู้ดำเนินโครงการกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีการเผาไหม้เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช มอบของในการละศีลอดของพี่น้องชาวมุสลิม เดือนรอมฎอน ปี ฮ.ศ. 1446 ให้กับมัสยิด จำนวน 21 แห่ง ที่อยู่ในพื้นที่รัศมี 5 กิโลเมตรจากที่ตั้งโครงการฯ ประกอบด้วย อินทผลัม 5 กิโลกรัม ข้าวสารหอมมะลิ 30 กิโลกรัม น้ำหวาน 12 ขวด เครื่องดื่มชงสำเร็จ ชา กาแฟ และขิงผง โดยมี นายกฤษณะ พฤกษะวัน ที่ปรึกษาอาวุโสด้านมวลชนสัมพันธ์ เป็นผู้มอบ และสัปปุรุษประจำมัสยิด (อิหม่าม คอเต็บ บิหลั่น) พร้อมด้วยคณะกรรมการมัสยิด ประธานชุมชนในพื้นที่ ผู้รับมอบ ซึ่งเดือนรอมฎอนเป็นเดือนที่มีความประเสริฐและมีคุณค่าความสำคัญต่อพี่น้องชาวมุสลิม การถือศีลอดตามหลักศาสนบัญญัติ ทำให้ฝึกความอดทน ขัดเกลาจิตใจให้บริสุทธิ์ บริจาคทานและแบ่งปันผู้ยากไร้ ถือเป็นการทำความดีที่มีคุณค่ายิ่ง ทั้งนี้ บริษัท นิวสกาย เอ็นเนอร์จี (แบงค็อก) จำกัด ให้ความสำคัญกับพี่น้องชาวมุสลิม ด้านการประกอบกิจกรรมทางศาสนา วัฒนธรรม ตลอดจนการอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยความเสมอภาค และในโอกาสอันเป็นมงคลเดือนรอม
*“กาแฟพันธุ์ไทย” คว้ารางวัล “ร้านกาแฟรักษ์โลก” รับโล่พระราชทานสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ตอกย้ำการดำเนินธุรกิจที่ใส่ใจชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม*
เนื่องใน วันป่าไม้โลก (World Forestry Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 21 มีนาคม ของทุกปี จัดตั้งขึ้นเพื่อรณรงค์ให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรป่าไม้ ตลอดจนส่งเสริมการอนุรักษ์และฟื้นฟูผืนป่าในทุกมิติ เพื่อสร้างห่วงโซ่อาหารและระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ กาแฟพันธุ์ไทย ที่มุ่งดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม สนับสนุนเกษตรกรท้องถิ่น ควบคู่ไปกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการยกระดับ Ecosystem ในทุกภาคส่วนของธุรกิจกาแฟตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ เพื่อให้ทุกชีวิต ‘อยู่ดี มีสุข’ อย่างยั่งยืน จากการดำเนินธุรกิจที่ใส่ใจชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ “กาแฟพันธุ์ไทย” ได้รับรางวัลเกียรติคุณ กาแฟรักษ์โลก ประเภท “ร้านกาแฟรักษ์โลก” ประจำปี 2567 ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่ได้รับโล่พระราชทาน สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ในงาน “ภาคเหนือ สวรรค์ของคนรักกาแฟ” (Northern Thai Coffee Paradise 2024) จัดโดย กระทรวงพาณิชย์ และกลุ่ม 17 จังหวัดภาคเหนือ ร่วมกับ สมาคมกาแฟและชาไทย เพื่อส่งเสริมและผ
หอการค้าฯ จับมือเครือข่ายเดินหน้าสร้างเกษตรมูลค่าสูง 5 จังหวัดนำร่อง ส่งต่อแนวคิด BCG สู่การเกษตรอย่างยั่งยืน
นายชูศักดิ์ ชื่นประโยชน์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการเพิ่มมูลค่า พืชเกษตร เปิดเผยว่า หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย โดยคณะกรรมการเพิ่มมูลค่าพืชเกษตร ได้รับนโยบายจาก นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เพื่อขับเคลื่อนและยกระดับภาคเกษตรและอาหาร โดยได้ดำเนินโครงการส่งเสริมเกษตรมูลค่าสูงระดับพื้นที่ (Area-based) ร่วมกับ หอการค้าจังหวัด บจก.สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น ห้างค้าปลีก-ค้าส่ง มหาวิทยาลัย และหน่วยงานภาครัฐ ในพื้นที่จังหวัดเป้าหมาย เพื่อให้เกิดผลในการปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำการเกษตรแบบเดิมสู่การทำการเกษตรมูลค่าสูงให้ได้ 10% ซึ่งได้กำหนด 5 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ ชัยนาท เพชรบูรณ์ ชัยภูมิ อุบลราชธานี และพัทลุง ทั้งนี้ ในปี 2566 หอการค้าไทย ได้ลงพื้นที่จังหวัดชัยนาทและเพชรบูรณ์ ซึ่งได้เกิดความร่วมมือระดับพื้นที่อย่างชัดเจน อาทิ จังหวัดชัยนาท ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนเกษตรมูลค่าสูงจังหวัดชัยนาท ซึ่งมีการยกระดับเกษตรมูลค่าสูง 3 ด้าน (พืช ประมง และปศุสัตว์) ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ และจังหวัดเพชรบูร
มูลนิธิโครงการหลวง” ร่วมกับ “แม็คโคร” คัดสรรผลผลิตคุณภาพจากยอดดอยสู่ผู้ประกอบการทั่วไทย ปักหมุดศูนย์รวมสินค้าจากโครงการหลวงเพื่อลูกค้าทุกกลุ่ม
แม็คโคร ผู้นำธุรกิจค้าส่ง ภายใต้บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ให้การสนับสนุนสินค้าโครงการหลวง มายาวนานกว่า 30 ปี ด้วยพันธกิจหลักในการมุ่งพัฒนาอย่างยั่งยืน ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ นำวัตถุดิบคุณภาพจากยอดดอย ทั้งพืชผัก ผลไม้ ดอกไม้ ผลิตภัณฑ์แปรรูป และสินค้าต่างๆ มาจำหน่ายให้ผู้ประกอบการและผู้บริโภคผ่านสาขาของแม็คโครทั่วประเทศ เป็นแหล่งจำหน่ายผลผลิตในรูปแบบค้าส่งใหญ่ของโครงการหลวง ช่วยสนับสนุนการสร้างรายได้ให้เกษตรกรชุมชนบนพื้นที่สูง และผู้บริโภคได้เข้าถึงอาหารคุณภาพสูง คุ้มค่า คุ้มราคา การจัดงาน “แม็คโคร ศูนย์รวมสินค้าคุณภาพจากโครงการหลวง” ในครั้งนี้ พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี เลขาธิการ และประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง ได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน มูลนิธิโครงการหลวงมีเป้าหมายการดำเนินงานตามแนวทางโครงการหลวงโมเดล ที่มุ่งมั่นพัฒนาในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ร่วมถึงการสนับสนุนให้ชาวไทยภูเขามีรายได้ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จากการส่งเสริมให้ปลูกพืชผักและผลไม้เมืองหนาว ซึ่งผลผลิตเหล่านี้ได้ผ่านกระบวนการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวตามมาตรฐาน
“ESG” แนวทางตอบโจทย์ธุรกิจ สู่อนาคตที่ยั่งยืน
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สนค. ได้ติดตามแนวโน้มการดำเนินธุรกิจ โดยเห็นว่าแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน หรือ ESG จะเป็นบรรทัดฐานการทำธุรกิจในอนาคต ซึ่งหมายความว่าการทำธุรกิจ จะไม่ได้หวังผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่จะต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม (Environmental) สังคม (Social) และธรรมาภิบาล (Governance) ด้วย สหภาพยุโรป (EU) เป็นตัวอย่างของต่างประเทศ ที่มีมาตรการเข้มข้นเพื่อส่งเสริมและผลักดันภาคธุรกิจ ให้ดำเนินการตามแนวทาง ESG โดยในปี 2563 EU ได้ออกกฎหมายการจัดหมวดหมู่ธุรกิจสีเขียว (EU Taxonomy) และมีการออกกฎหมายอื่น ๆ ตามมา อาทิ กฎหมายการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืน (Corporate Sustainability Reporting Directive: CSRD) มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2566 กฎหมาย CSRD กำหนดให้บริษัทขนาดใหญ่และบริษัทจดทะเบียน (Listed Company) ต้องเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยงและโอกาส ที่การดำเนินธุรกิจของบริษัทจะส่งผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะทำให้นักลงทุนหรือผู้มีส่วนได้เสียมีข้อมูลในการประเมินผลงานของบริษัทในด้านความยั่งยืน โดยข้อม
กรมพัฒน์ฯ ลงพื้นที่ จ.สระบุรี และ จ.นครราชสีมา ตรวจเยี่ยมผู้ประกอบการ 3 กลุ่มธุรกิจ : ค้าส่งค้าปลีก BCG และ Thai SELECT บูรณาการความร่วมมือส่งเสริมธุรกิจ
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า “1 ในภารกิจสำคัญหลังเข้ารับตำแหน่งอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ การลงพื้นที่พบปะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมทุกกลุ่มทั้งส่วนกลางและภูมิภาค สอดคล้องเป้าประสงค์ของรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ ที่ต้องการให้หน่วยงานภาครัฐที่ดูแลภาคธุรกิจเข้าถึงและเข้าใจความต้องการผู้ประกอบการให้ได้มากที่สุด ส่งผลถึงรูปแบบและแนวทางการให้ความช่วยเหลือ ส่งเสริม พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการอย่างตรงจุด โดยให้ความสำคัญถึงการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคธุรกิจ หารือแนวปฏิบัติที่เห็นพ้องร่วมกันทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อให้การดำเนินงานเดินหน้าทิศทางเดียวกัน ทั้งการขยายช่องทางการตลาดให้ครอบคลุมและหลากหลาย ขจัดปัญหาอุปสรรคทางการค้าเพื่ออำนวยความสะดวกภาคธุรกิจ รวมทั้ง ขอความร่วมมือจ้างงานคนในพื้นที่เป็นหลัก เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส และสร้างความสมดุลธุรกิจผ่านการจ้างงานคนในชุมชน ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เกิดการหมุนเวียน เป็นการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนระยะยาว นอกจากนี้ ไฮไลท์สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ หารือแนวทางการส่งเสริมเพ
สนค. เผยทั่วโลกตื่นตัวผลิตภัณฑ์อาหารที่ยั่งยืน แนะผู้ประกอบการเร่งปรับตัว รัฐต้องช่วยหนุน
สนค. เผยแนวโน้มผู้บริโภคทั่วโลกให้ความสนใจข้อมูลเกี่ยวกับความยั่งยืนของผลิตภัณฑ์อาหารมากขึ้น ล่าสุดมีสมาชิก Codex 189 ประเทศ มีการออกฉลากเกี่ยวกับอาหารมากถึง 208 ฉลาก เป็นฉลากที่มีวัตถุประสงค์ ด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมมากสุดถึง 44% ที่เหลือเป็นด้านสิ่งแวดล้อมและด้านสังคม ล่าสุดอียูกำลังจัดทำข้อเสนอ กรอบโครงสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืน คาดมีผลต่อการส่งออกอาหารไทย แนะผู้ประกอบการปรับรูปแบบการทำธุรกิจ ให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน และภาครัฐควรส่งเสริมด้านงานวิจัย และช่วยพัฒนาเทคโนโลยี นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันทั่วโลกตระหนักถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และให้ความสำคัญ ต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยในอุตสาหกรรมอาหาร ผู้บริโภคให้ความสนใจข้อมูลเกี่ยวกับความยั่งยืนของผลิตภัณฑ์อาหารมากขึ้น ซึ่งการทำเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมอาหาร มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณร้อยละ 31 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากมนุษย์ทั้งหมด ทำให้ฉลากอาหารถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีการปรับปรุงความยั่งยืนของระ
ครม.เห็นชอบร่างถ้อยแถลงรัฐมนตรี SME เอเปค เสริมแกร่งเอสเอ็มอี 21 เขตเศรษฐกิจ เปลี่ยนผ่านสู่ระบบเศรษฐกิจ BCG ไทยร่วมประชุม 21 ส.ค.นี้
ครม.เห็นชอบร่างถ้อยแถลงรัฐมนตรีวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเอเปค ครั้งที่ 29 ตามที่สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เสนอ ซึ่งจะมีการจัดประชุมขึ้นในวันที่ 21 สิงหาคม 2566 ณ เมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ภายใต้หัวข้อหลัก “สร้างอนาคต ที่พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงและยั่งยืนสำหรับทุกคน” (Creating a Resilient and Sustainable Future for All) โดยที่ประชุมจะมีการรับรองร่างถ้อยแถลงเพื่อใช้เป็นเอกสารผลลัพธ์ของการประชุมรัฐมนตรีวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเอเปคในครั้งนี้ ร่างถ้อยแถลงฉบับนี้ มีสาระสำคัญเป็นการสร้างเส้นทางสู่การเติบโตของ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) และการบูรณาการ SME เข้ากับห่วงโซ่อุปทานและห่วงโซ่คุณค่าระดับโลก รวมถึงการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจชีวภาพ – ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน – ระบบเศรษฐกิจสีเขียว (BCG) ของ SME ใน 21 เขตเศรษฐกิจเอเปค ดังนี้ 1.การขับเคลื่อนให้ชุมชนเอเชียแปซิฟิกเปิดกว้าง มีพลวัตร ยืดหยุ่น มีความสงบสุข เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของผู้คนและคนรุ่นต่อไปในอนาคต และมีความครอบคลุมถึงสตรี อาทิ ส่งเสริมโอ
พลังงานทางเลือก เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมได้แรงหนุนจากนโยบายรัฐที่มุ่งเน้นไปที่ Net-Zero Emissionsและทำให้ต้นทุนของพลังงานทางเลือกลดลง
องค์กรที่ละเลยการนำปัจจัยด้าน ESG เข้ามาประกอบการพิจารณาในการดำเนินธุรกิจ มักมีความน่าจะเป็นที่เกิด ความเสี่ยงหางอ้วน (Fat Tail Risk) และสร้างผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยยะ ต่อผลประกอบการและภาพลักษณ์ขององค์กร ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
“พฤกษา โฮลดิ้ง” ติดอันดับทำเนียบ ESG 100 สะท้อนความมุ่งมั่นการดำเนินงานเพื่อสิ่งแวดล้อม สังคม ภายใต้กรอบธรรมาภิบาล
บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSH ได้รับคัดเลือกเป็นบริษัทจดทะเบียนกลุ่มหลักทรัพย์ ESG 100 ประจำปี 2566 จากสถาบันไทยพัฒน์ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินงานที่โดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และ ธรรมาภิบาล (Environment Social Governance: ESG) นายอุเทน โลหชิตพิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สถาบันไทยพัฒน์ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มพัฒนาข้อมูลด้านความยั่งยืนของธุรกิจ โดยปีนี้ได้ประเมินบริษัทจดทะเบียนจำนวน 100 หลักทรัพย์ จากทั้งหมด 888 หลักทรัพย์ ที่ได้รับการประเมินผลการดำเนินงานที่โดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล และผลประกอบการของบริษัทควบคู่กัน ซึ่งการจัดอันดับนี้จะเป็นแหล่งข้อมูลด้านความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียน เพื่อรองรับความต้องการของผู้ลงทุนที่ให้ความสำคัญกับการลงทุนในบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และสังคม อีกทั้งยังเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในหลักทรัพย์จดทะเบียนที่มีคุณภาพ และได้รับผลตอบแทนไม่ด้อยกว่าการลงทุนทั่วไป “พฤกษา โฮลดิ้ง ได้รับการจัดอันดับในทำเนียบ ESG 100 เนื่องจาก มีการปรับตัวและสร้างรายได้ในหลากห
เป๊ปซี่โค ประกาศก้าวย่างสู่ความสำเร็จของโครงการ “Journey to Zero Waste” ในการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าให้บรรจุภัณฑ์พลาสติกใช้แล้ว
เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ผู้นำด้านธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม เจ้าของแบรนด์เครื่องดื่ม “เป๊ปซี่” และมันฝรั่งทอดกรอบ “เลย์” ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการเดินหน้าสู่การเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน ด้วยการส่งมอบพาเลทไม้เทียมซึ่งแปรรูปจากบรรจุภัณฑ์พลาสติกใช้แล้วล็อตแรก ไปยังโรงงานเป๊ปซี่โค ประเทศไทย ที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นก้าวย่างของเป๊ปซี่โคในการเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติก นายสุดิปโต โมซุมดา กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทยและเวียดนาม บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด (“เป๊ปซี่โค ประเทศไทย”) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายมันฝรั่งทอดกรอบ “เลย์” ได้เปิดเผยว่า “ความสำเร็จในการผลิต พาเลทไม้เทียมที่ทำมาจากบรรจุภัณฑ์พลาสติกอ่อนหลายชั้น (Multilayer plastic packaging – MLP) และนำมาใช้งานที่โรงงานของเรา นับเป็นก้าวย่างสําคัญซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ในการหาหนทางเพื่อลดปัญหาขยะพลาสติก เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งเราเชื่อว่าพลังขอ
สนค. หนุนผู้ประกอบการปรับตัวผลิตเสื้อผ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตอบโจทย์ BCG Model
สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ สนับสนุนธุรกิจแนวใหม่จะต้องมีการผลิต ที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งนอกจากจะส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมแล้วยังเป็นการสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจที่ตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภค รวมถึงเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้วยการปฏิบัติตามมาตรฐานการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของประเทศคู่ค้า นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) กล่าวว่า สนค. ได้ติดตามแนวโน้มความต้องการเสื้อผ้าที่ผลิตจากวัสดุสิ่งทอรีไซเคิล (Textile recycling) ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นตามความต้องการของผู้บริโภค โดยวัสดุที่นำมารีไซเคิลมีทั้งสิ่งทอก่อนการใช้งาน (Pre-consumer) เช่น เศษด้ายหรือผ้าเหลือใช้ในโรงงาน และสิ่งทอหลังการใช้งาน (Post-consumer) เช่น เสื้อผ้าเก่าและของใช้ในบ้าน สำหรับตลาดเสื้อผ้าที่ทำมาจากวัสดุสิ่งทอรีไซเคิลของโลกมีมูลค่าประมาณ 5.8 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2565 และ คาดว่าจะเติบโตได้ถึง 1.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในปี 2575 หรือมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยถึงร้อยละ 10.7 ต่อปี สาเหตุที่หลายภาคส่วนหันมาผลิตเสื้อผ้าจากวั
ประเทศไทยย้ำเจตนารมณ์ร่วมประชาคมโลกรักษาความหลากหลายทางชีวภาพควบคู่การพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน
ภาพจาก: สนค. ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันที่ 13 มิ.ย. 66 ได้รับทราบผลการประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ และประชุมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เป็นหัวหน้าคณะฝ่ายไทยเข้าประชุมร่วมกับรัฐมนตรีและผู้บริหารระดับสูงจากประเทศภาคีอนุสัญญาฯ 139 ประเทศ ทั้งนี้ ในที่ประชุมระดับสูงได้แสดงความกังวลต่อความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศและการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในทศวรรษที่ผ่านมา โดยเลขาธิการ สผ. ได้กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมแสดงเจตนารมณ์ของประเทศไทยร่วมกับประชาคมโลกในการดำเนินงานให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของอนุสัญญาฯ ซึ่งไทยได้ดำเนินการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยเน้นย้ำการส่งเสริม BCG Model โดยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งทวิภาคีและพหุภาคี การสนับสุนกลไกทางการเงิน แลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและเสริมสร้างสมรรถนะเพื่อหยุดยั้งการสูญเสียความหลาหลายทางชีวภาพ เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนภายใน ค.ศ.2030 ซึ่งส่งผลให้ประชาคมโลกมีคุณภาพชีวิตที่ดีควบ
DITP นำทัพนักออกแบบไทยบุกมิลานดีไซน์วีค จัดนิทรรศการ Slow Hand Design 2023 โชว์งานออกแบบยอดเยี่ยมและสินค้า BCG สุดล้ำ
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ นำทัพนักออกแบบเข้าร่วมนิทรรศการ Slow Hand Design ในงาน Milan Design Week 2023 ณ เมืองมิลาน สาธารณรัฐอิตาลี นำเสนอผลงานของ นักออกแบบไทย 33 แบรนด์ ที่มีความโดดเด่นด้านการใช้วัสดุเพื่อความยั่งยืนสอดรับกับแนวคิดเศรษฐกิจ BCG และเทรนด์งานออกแบบโลกที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า “งาน Milan Design Week นับเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของผู้คนในแวดวงการออกแบบทั่วโลก ทั้งอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ การตกแต่งภายใน ไลฟ์สไตล์ และนวัตกรรมการออกแบบ รวมถึงสื่อมวลชนต่างๆ จะมารวมตัวกันที่มิลานอย่างคึกคัก เพื่ออัพเดตเทรนด์สินค้าและความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมการออกแบบจากทั่วโลก รวมถึงการแสดงนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในอนาคต โดย DITP ได้นำสินค้าไทยเข้าร่วมงาน Milan Design Week มาอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 11 ดำเนินงานโดยสำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า ภายใต้ชื่อนิทรรศการ Slow Hand Design เพื่อเป็นการแสดงศักยภาพและสร้างการจดจ
“บอร์ด สมอ.” ไฟเขียวให้กระดาษสัมผัสอาหาร และแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าเป็นสินค้าควบคุม มีผลบังคับใช้ปีหน้า
บอร์ด สมอ. ไฟเขียวให้กระดาษสัมผัสอาหารสำหรับปรุงอาหารด้วยความร้อน และแบตเตอรี่สำหรับ ยานยนต์ไฟฟ้า เป็นสินค้าควบคุม เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยประชาชน เร่งรัดให้ สมอ. เตรียมประกาศบังคับใช้ภายในปี 2567 นายสุรพล ชามาตย์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) หรือบอร์ด สมอ. เปิดเผยภายหลังการประชุมเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2566 ที่ผ่านมาว่า บอร์ด สมอ. มีมติเห็นชอบให้ สมอ. ควบคุมความปลอดภัยของกระดาษสัมผัสอาหารสำหรับปรุงอาหารด้วยความร้อน และแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า เป็นสินค้าควบคุม เพื่อยกระดับการคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนตามนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรม เนื่องจากกระดาษสัมผัสอาหารสำหรับปรุงอาหารด้วยความร้อน เช่น ถุงชา กระดาษกรองกาแฟ และกระดาษรองเบเกอรี่ในเตาอบ เป็นต้น ได้รับความนิยมจากประชาชนผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้นเป็นจำนวนมาก หากไม่ได้มาตรฐานอาจมีสารโลหะหนักที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพปนเปื้อนออกมากับอาหารได้ สำหรับแบตเตอรี่ก็เป็นหัวใจสำคัญของยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งทำหน้าที่กักเก็บพลังงานเพื่อป้อนกระแสไฟฟ้าให้แก่ระบบขับเคลื่อนของยานยนต์ไฟฟ้า หากแบตเต
BCG มั่นใจโครงการ “มอนซูน”ในลาว
BCPG มั่นใจ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม “มอนซูน” ใน สปป.ลาว เดินหน้าก่อสร้างเต็มสูบ พร้อมรับเงินกู้งวดแรกจากแบงก์เอดีบี ปลื้ม!! เป็นโครงการสีเขียวช่วยลดโลกร้อนและยกระดับคุณภาพชีวิตคนในสปป.ลาว บีซีพีจีเผยโครงการพลังงานลม “มอนซูน” โรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย พร้อมรับเงินกู้งวดแรกจากแบงก์เอดีบีและกลุ่มธนาคารที่ร่วมสนับสนุน ซึ่งกำลังเดินหน้าก่อสร้างโครงการฯ อย่างเต็มรูปแบบ เชื่อมั่นเสร็จตามกำหนดภายในสิ้นปี 2568 เพื่อจำหน่ายไฟฟ้าไปยังเวียดนามเป็นระยะเวลา 25 ปี โดยโครงการฯ สามารถลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 750,000 ตันคาร์บอนเทียบเท่าต่อปี นายนิวัติ อดิเรก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยในฐานะที่บีซีพีจีเป็นผู้ถือหุ้นทางอ้อมของบริษัท มอนซูน วินด์ พาวเวอร์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม “มอนซูน” ขนาด 600 เมกะวัตต์ ที่แขวงเซกอง และแขวงอัตตะปือ ใน สปป. ลาว ว่า ขณะนี้โครงการฯ ได้ลงนามในสัญญาเงินกู้กับธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank) หรือ เอดีบี และกลุ่มธนาคารที่ให้การสนับสนุนผ่านเอดีบีเรียบร
DITP ลุยแผนงาน BCG
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) โชว์แผนงาน โครงการ และกิจกรรมส่งเสริมสินค้านวัตกรรมและการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าไทยปี 66 ลุยโครงการ DEWA & DEWI ต่อ พัฒนาสินค้าจากเศษวัสดุเหลือใช้ ดันผู้ประกอบการ BCG.Heroes ลดคาร์บอน เตรียมจับคู่พัฒนานวัตกรรมปั้น BCG.Heroes รุ่น 2 และนำสินค้า BCG เข้าร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยถึงแผนการจัดทำโครงการและกิจกรรมส่งเสริมสินค้านวัตกรรมและการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ในปี 2566 ว่า กรมฯ ได้กำหนดแผนงานในการสนับสนุนสินค้าตามนโยบายกระทรวงพาณิชย์ โดยมีโครงการพัฒนาผู้ประกอบการให้มีความรู้ด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และ BCG ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่ โครงการ DEWA & DEWI , กิจกรรม BCG to Carbon Neutrality , โครงการ Smart Value Creation , การสร้างการรับรู้ด้าน BCG ทั้งรูปแบบออนไลน์และสิ่งพิมพ์ , การจัดทำโครงการคัดเลือกผู้ประกอบการ BCG.Heroes รุ่น 2 การขยายโอกาสทางการค้า BCG & Sustainability โดยพาผู้ประกอบการเข้าร่วมกิจกรรมแสดงสินค้าในต่างประเทศ และเข้าร่วมงานแสดงสิน
สนค.ดันโมเดล BCG พัฒนาชุมชน
สนค. ผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก สร้างความเข้มแข็งชุมชนด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนโยบายรัฐบาลที่กำหนด ให้การขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy : BCG Model) : โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นวาระแห่งชาติ ตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ. สนค.) เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2566 สนค. อยู่ระหว่างดำเนินการ “โครงการศึกษาแนวทางการยกระดับการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนภายใต้โมเดลเศรษฐกิจ BCG” โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เป็นที่ปรึกษาโครงการฯ ซึ่งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม มีกำหนดการลงพื้นที่พบปะสมาชิกวิสาหกิจชุมชนเป้าหมาย 20 กลุ่ม ครอบคลุม 4 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ และภ